คำเรียกสีในภาษาเมี่ยน : กรณีศึกษาบ้านห้วยคอกหมู ตำบลนาปรัง อำเภอปง จังหวัดพะเยา

Color Terms in Mien Language : A Case Study of Ban Huaiykokmoo Village, Naprang Subdistrict, Pong District, Phayao Province

  • โศภิตา เขื่อนปัญญา
  • ภณิดา ภิธรรมมา
  • ขนิษฐา ใจมโน
Keywords: คำเรียกสีพื้นฐาน, คำเรียกสีไม่พื้นฐาน, คนสามระดับอายุ, ภาษาเมี่ยน Basic Color Terms, Non – Basic Color Terms, Three Generations, Mien Language

Abstract

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบคำเรียกสีพื้นฐานในภาษาเมี่ยนของคนสามระดับอายุ และเปรียบเทียบคำเรียกสีไม่พื้นฐานในภาษาเมี่ยนของคนสามระดับอายุ โดยผู้วิจัยจะรวบรวมข้อมูลที่ใช้บัตรสี          จำนวน 60 แผ่น สัมภาษณ์ผู้บอกภาษาเฉพาะเพศหญิง จำนวน 30 คน ซึ่งแบ่งออกเป็นสามระดับอายุ อายุละ 10 คน ในจำนวนเท่าๆ กัน ได้แก่ วัยรุ่น อายุระหว่าง 15 – 25 ปี วัยกลางคน อายุระหว่าง 35 – 45 ปี และวัยผู้สูงอายุ      อายุ 55 ปีขึ้นไป ผลการศึกษาพบว่า คำเรียกสีพื้นฐานในภาษาเมี่ยนของคนสามระดับอายุมีจำนวน 6 คำ ได้แก่ สีขาว สีดำ สีแดง สีเขียว สีเหลือง และสีน้ำเงิน โดยมีวิวัฒนาการคำเรียกสีพื้นฐานอยู่ระยะที่ 5 ซึ่งผู้วิจัยพบว่าจำนวนและความหมายของคำเรียกสีเหมือนกันทั้งสามระดับอายุ แต่วัยรุ่นมีคำเรียกชื่อสีที่แตกต่างจากอีกสองวัย

ส่วนคำเรียกสีไม่พื้นฐานในภาษาเมี่ยนของคนสามระดับอายุมีจำนวนทั้งหมด 101 คำ พบวัยผู้สูงอายุ มีมากที่สุด จำนวน 51 คำ รองลงมา คือ วัยกลางคน จำนวน 33 คำ และวัยรุ่นมีน้อยที่สุด จำนวน 17 คำ โดยทั้งสามระดับอายุมีการสร้างคำเรียกสีไม่พื้นฐาน 11 กลวิธี ได้แก่ 1) การนำคำเรียกสีพื้นฐานประสมกับคําเรียกสีพื้นฐาน 2) การนำคําเรียกสีพื้นฐานประสมกับคําขยาย 3) การนำคําเรียกสีพื้นฐานประสมกับคําเรียกสิ่งของเฉพาะ 4) การนำคำเรียกสีพื้นฐานประสมกับคำเรียกสิ่งของเฉพาะและคำวิเศษณ์ 5) การนำคำเรียกสีพื้นฐานประสมกับ คำแสดงการเปรียบและคำเรียกสิ่งของเฉพาะ 6) การนำคำเรียกสีพื้นฐานประสมกับคำแสดงการเปรียบและคำเรียกสิ่งของเฉพาะรวมถึงคำวิเศษณ์ 7) การใช้คำเรียกสิ่งของเฉพาะมาเป็นคำเรียกสี 8) การนำคำเรียกสิ่งของเฉพาะประสมกับคำเรียกสีพื้นฐาน 9) การนำคำเรียกสิ่งของเฉพาะประสมกับคำวิเศษณ์ 10) การนำคำแสดงการเปรียบประสมกับคำเรียกสิ่งของเฉพาะ และ11) การนำคำแสดงการเปรียบประสมกับคำเรียกสิ่งของเฉพาะและคำวิเศษณ์ ซึ่งกลวิธีที่ใช้เหมือนกันพบทั้งสามระดับอายุ ได้แก่ กลวิธีที่ 1 และกลวิธีที่ 7 ส่วนกลวิธีที่ใช้เหมือนกันสองระดับอายุจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 วัยรุ่นและวัยกลางคน ได้แก่ กลวิธีที่ 3 และกลวิธีที่ 9 ในขณะกลุ่มที่ 2 วัยกลางคนและวัยผู้สูงอายุ ได้แก่ กลวิธีที่ 2 แต่กลวิธีที่ใช้แตกต่างกันพบทั้งสามระดับอายุ โดยวัยรุ่น ได้แก่ กลวิธีที่ 8 วัยกลางคน ได้แก่ กลวิธีที่ 4 และวัยผู้สูงอายุ ได้แก่ กลวิธีที่ 5, กลวิธีที่ 6, กลวิธีที่ 10 และกลวิธีที่ 11

Abstract

            The article aimed of to study comparison the basic color terms in Mien Language of those three generations and comparison the non – basic color terms in Mien Language of those         three generations. The researcher collected the data using 60 color cards. The interviewing           30 females, which divided into three generations 10 persons in the number equal ; teenager age between 15 – 25 years old, middle – aged between 35 – 45 years old and elderly age 55 above. The study findings show that there are 6 words basic color terms in Mien Language of that        three generations ; white, black, red, green, yellow and blue. Their basic color terms evolution was       in the stage of 5. Which the researcher found has the same number and meanings of color terms in both three age but teenager have different color names from two ages.

            There are 101 words non – basic color terms in Mien Language of the three generations.     lt was found were elderly have the highest number of 51 words, followed middle – aged number of 33 words and teenager have the least number of 17 words. Moreover three generations is have method to creating non – basic color terms are 11 methods ; 1) mixing a basic color terms combined with a basic color terms, 2) mixing a basic color terms combined with a modifiers,         3) mixing a basic color terms combined with a specific object word, 4) mixing a basic color terms combined with a specific object word and an adjective, 5) mixing a basic color terms combined with a comparative word and a specific object word, 6) mixing a basic color terms combined with   a comparative word and a specific object word and include an adjective, 7) using terms a specific object word to form color terms, 8) mixing a specific object word combined with a basic color terms, 9) mixing a specific object word combined with an adjective, 10) mixing a comparative     word combined with a specific object word and 11) mixing a comparative word combined with               a specific object word and an adjective. The method that used both three generations is method 1 and method 7. The method that are used same only in two ages groups can be divided into group 1 ; teenager and middle – aged is have method 3 and method 9, group 2 ; middle – aged and elderly is have method 2. However are both three generations used different method is             the teenager has method 8, middle – aged has method 4 and elderly has method 5, method 6, method 10 and method 11.

References

ณรงค์กรรณ รอดทรัพย์. (2555). คำเรียกสีในภาษาม้งขาว. วารสาร มฉก. วิชาการ. 16(31), 77–88.
ธีระพันธ์ เหลืองทองคำ. (2535). คำเรียกสีในภาษาเย้า (เมี่ยน). รายงานผลการวิจัยนำเสนอในการสัมมนาวิชาการ สามทศวรรษศิลปศาสตร์ “มนุษยศาสตร์พรมแดนปัจจุบันเส้นทางสู่อนาคต”; 1–3 ธันวาคม 2535; อาคารเอนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
นฤมล ศิริพันธ์. (2554). คำเรียกสีและทัศนคติที่มีต่อของผู้พูดภาษาไทย กะเหรี่ยงโปว์ มอญ และขมุในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ปรัศนียา จารุสันต์ และ สมฤดี เดชอมร. (2537). การศึกษาคำเรียกสีในภาษาม้งน้ำเงิน. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริรัตน์ มูลตุ้ย. (2553). การวิเคราะห์การแปรของภาษายองและการใช้คำศัพท์ของคนสามระดับอายุในตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2538). คำเรียกสีและการรับรู้สีของชาวจ้วงและชาวไทย. กรุงเทพฯ: คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Berlin, Brent and Kay, Paul. (1969). Basic Color Terms : Their Universality and Evolution. Berkeley: University of California Press.
Published
2019-12-28